<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หืดจับ เข็นผ่าน พ.ร.บ.งบฯ 63 สภาฯ ต้องเร่งสรุปปมฉาวเสียบบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สุดท้ายที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ. ก็ดำเนินการแก้ไข-ซ่อมแซมจุดบกพร่อง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ด้วยการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ เสร็จสิ้นแล้วในชั้นสภาผู้แทนราษฏร หลังก่อนหน้าถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สภาฯ ดำเนินการลงมติในวาระ 2 และ 3 อีกครั้ง หลังเกิดกรณีปัญหา ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกัน จนทำให้การนำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นไปอย่างล่าช้า จนส่งผลต่อการประกาศใช้ พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 ที่ล่าช้าอยู่แล้วหลายเดือน ต้องล่าช้าออกไปอีกร่วมเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;และในวันศุกร์ 14 ก.พ.นี้ ที่ประชุมวุฒิสภาที่มีการเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษ ก็จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ที่ผ่านสภาฯ มาพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนอีกเช่นกัน ที่ก็จะไม่มีอะไรพลิกโผ วุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ดังกล่าวอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว จากนั้นพลเอกประยุทธ์จะได้นำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไปโดยเร็วทันที โดยหลังพลเอกประยุทธ์ได้รับร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 ที่ผ่านสภาฯ และวุฒิสภามาแล้ว พลเอกประยุทธ์ต้องเก็บร่างฯ ไว้ก่อน 5 วัน ยังไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที เพื่อรอว่าจะมีสมาชิกรัฐสภาทักท้วงใดๆ หรือไม่ หากครบ 5 วันแล้ว ถ้าไม่มีการทักท้วง จากนั้นถึงจะนำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม กว่าที่ประชุมสภาฯ จะให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ออกมาได้ ก็ปรากฏว่าเกิดความวุ่นวายพอสมควรกับปัญหาเรื่องเดิมคือ จำนวนเสียงองค์ประชุม ส.ส.ในห้องประชุมสภาฯ จากซีกรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่เกิดปัญหาขลุกขลักขึ้นเล็กน้อย จนต้องมีการพักการประชุมสภาฯ กลางคัน ร่วม 1 ชั่วโมง จากปัญหาเรื่องการนับองค์ประชุมในช่วงการโหวตลงมติวาระ 2 เรียงรายมาตรา ที่มีการแสดงความเป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในมาตรา 6 งบกลาง เพราะองค์ประชุมไม่ครบระหว่างการโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติเห็นชอบในมาตราดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 0 นั้น มีจำนวนผู้อยู่ในห้องประชุมแค่ 245 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม แต่ฝ่ายวิปรัฐบาล โดยวิรัช รัตนเศรษฐ์ ประธานวิปรัฐบาล ยืนกรานต่อที่ประชุมว่า ได้ตรวจสอบเสียง ส.ส.รัฐบาลแล้วยืนยันว่าอยู่ครบ โดยการแจกแจงว่า ก่อนการโหวตมาตรา 6 ดังกล่าว ช่วง 11.17 น. ได้มีการเช็กองค์ประชุมก่อนลงมติโหวตพบว่า มีองค์ประชุม 253 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาที ได้มีการโหวตลงมติมาตรา 6 ปรากฏว่ามีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;วิปรัฐบาลได้สอบถาม ส.ส.ทั้ง 8 คนแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้ว่าอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด และ 3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะเดียวกัน ส.ส.รัฐบาล 8 คน ที่มีชื่อหายไประหว่างการโหวตลงมติมาตรา 6 อาทิเช่น สมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก็ยืนยันว่าได้อยู่ในห้องประชุมและได้ร่วมการแสดงตนเป็นองค์ประชุม และโหวตลงมติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทำให้ที่ประชุมอภิปรายถกเถียงกันอย่างหนัก จนมีข้อเสนอจากฝ่ายค้านให้กลับไปโหวตใหม่ ตั้งแต่มาตรา 1 ชื่อร่าง พ.ร.บ.เป็นต้นมา เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหามีการส่งศาล รธน.ตีความขึ้นอีก จะได้ไม่เสียเวลา ข้อเสนอดังกล่าวทำให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เสนอความเห็นให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 และที่ประชุมเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จนสุดท้ายที่ประชุมสภาฯ ต้องย้อนกลับไปโหวตเรียงรายมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1 ใหม่อีกรอบ โดยที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ชุดเดิม อย่างเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ขอถอนคำสงวนคำแปรญัตติในวาระ 2 ออกไปทั้งหมดทุกมาตรา จึงทำให้การพิจารณาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และนับจากนั้นวิปรัฐบาลก็มีการคุมเข้มตรวจเสียงองค์ประชุม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก จนสุดท้ายสภาฯ ก็พิจารณาวาระ 2 และมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ วาระ 3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 257 ไม่เห็นด้วย 1 และงดออกเสียง 3 คน จากที่ประชุมทั้งหมด 261 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับเสียง ส.ส.ที่หายไปจำนวนมากในห้องประชุม เป็นเสียงที่เกิดจากฝั่งฝ่ายค้าน ที่มีมติไม่ร่วมสังฆกรรมการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบฯ ดังกล่าว แต่มีการลงชื่อเข้าร่วมประชุม แต่ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุมและไม่ร่วมลงมติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท จะผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ แล้ว และวุฒิสภาก็จะให้ความเห็นชอบออกมาโดยเร็วเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ควรต้องดำเนินตรวจสอบ-สะสาง-เอาผิดให้ได้ ก็คือบรรดา แก๊งเสียบบัตรแทนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จนส่งผลทำให้การบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ล่าช้า และเป็นสิ่งที่สร้างความอดสูให้กับสภาฯ ไทยที่มี ส.ส.ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มีการฝากบัตรให้ ส.ส.เสียบแทนกันในห้องประชุมฯ เพราะแม้เรื่องนี้จะมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอยู่ในเวลานี้ แต่ก็อย่างที่รู้กัน การทำงานของ ป.ป.ช.ที่มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก ทำให้การตรวจสอบล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ควรที่ฝ่ายสภาฯ ที่เวลานี้ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ แม้จะมีการตรวจสอบเรื่อง ส.ส.เสียบบัตรแทนกันอยู่ แต่ก็ควรต้องเร่งตรวจสอบและสรุปผลโดยเร็ว อย่าทำแบบล่าช้า ลอยตัว หรือหวังโยนให้ ป.ป.ช.พิจารณาฝ่ายเดียว ยิ่งต่อมามีการเปิดเผยข้อมูลว่ายังมี ส.ส.รัฐบาลอีกหลายคนมีการเสียบบัตรแทนกัน แม้จะไม่ใช่ตอนโหวต พ.ร.บ.งบฯ ไม่ใช่แค่คนที่ถูกร้องไปยังศาล รธน.เท่านั้น สภาฯ ก็ต้องสะสางเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;ชวน หลีกภัย-ประธานสภาฯ&amp;quot; จึงต้องสนับสนุนทุกกระบวนการที่จะทำให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ จนได้ผลออกมาโดยเร็ว จะได้มีการแฉชื่อ ส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เพื่อให้สังคมรับรู้ จะได้เกิดการรับผิดทางสังคมและคดีความต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, สภาผู้แทนราษฎร, หืดจับ เข็นผ่าน พ.ร.บ.งบฯ 63 สภาฯ ต้องเร่งสรุปปมฉาวเสียบบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e4564b551c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
